Published by: webmaster , On: Jul-29-2005

สดชื่น ชุ่มฉ่ำ กับสายน้ำเมือง"นครนายก"
โดย ผู้จัดการออนไลน์   27 กรกฎาคม 2548

น้ำตกสาริกาน้ำตกใหญ่หนึ่งในไฮไลท์แห่งน้ำตกในนครนายก
       ช่วงน้ำมันแพงหูฉี่เช่นนี้ ขาเที่ยวหลายๆคนในเมืองกรุงฯที่ "ผู้จัดการท่องเที่ยว"รู้จัก ได้ทำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยวใหม่ คือจากที่เคยขับรถเที่ยวขึ้นเหนือ ล่องใต้ ไปไกลๆ ก็หันมาเที่ยวจังหวัดใกล้ๆกรุงเทพฯแทน
       
       เรียกว่าช่วงนี้ต้องรัดเข็มขัดเรื่องการเที่ยวไปสักระยะ รอดูทิศทางเศรษฐกิจว่าจะเป็นเช่นใด จะตกฮวบฮวบ หรือตกท้องช้าง งานนี้คนเดินดินอย่างเราๆท่านๆต้องเฝ้าระวังให้ดี เพราะลำพังแค่เชื่อผู้นำอย่างเดียวคงไม่พอ
       
       เมื่อพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงฯ นครนายกนับเป็นหนึ่งในจังหวัดที่น่าเที่ยวมาก ยิ่งช่วงหน้าฝนเช่นนี้สายน้ำและน้ำตกในนครนายกมีน้ำเยอะเป็นพิเศษ ความน่าเที่ยวก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษตามไปด้วย
       
       ว่าแล้ว"ผู้จัดการท่องเที่ยว" ก็ไม่รีรอ ออกเดินทางไปสัมผัสความชุ่มฉ่ำของน้ำตกและธารน้ำแห่งเมืองนครนายกทันที
       
       แน่นอนว่าเมื่อตั้งใจไปเที่ยวน้ำตกเมืองนครนายกแล้ว หากพลาดการเที่ยวชม "น้ำตกสาริกา" ที่เป็นหนึ่งในน้ำตกงามที่ขึ้นชื่อลือชามาช้านานก็ดูจะกระไรอยู่ เพราะน้ำตกแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของนครนายก ที่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เกิดจากน้ำฝนที่ตกบนเขาใหญ่แล้วไหลมารวมกันเป็นสายธารลงมาจากหน้าผาที่สูงกว่า 200 เมตร ในช่วงหน้าฝนเช่นนี้น้ำตกสาริกางามนัก(ช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค.น้ำตกสาริกาถือว่าสวยงามน่าชมที่สุด) เพราะสายธารน้ำจะแผ่สยายเต็มผาเห็นเป็นสีขาวฟูฟ่องไหลยาวลงมากระทบกับแอ่งน้ำดังซู่ๆ โดยแอ่งบางช่วงนักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้

บางช่วงของน้ำตกสาริกามีแอ่งน้ำที่สามารถลงเล่นได้
       จริงๆแล้วน้ำตกสาลิกามีทั้งหมด 9 ชั้น แต่ว่าทางอุทยานเปิดให้นักท่องเที่ยวเที่ยวได้เพียงชั้น 4 เพราะว่าชั้น 5 ขึ้นไปเส้นทางอันตราย แต่ว่าแค่ชั้น 4 ก็พอแล้ว เพราะน้ำตกแห่งนี้ชั้น 3 เป็นชั้นที่สวยที่สุด ส่วนชั้น 1-2 เป็นชั้นที่เหมาะแก่การดำผุดดำว่ายในสายธารน้ำที่ไหลเย็นยิ่งนัก
       
       ใครที่เล่นน้ำตกหรือชมน้ำตกจนหนำใจแล้วหากอยากจะนั่งพักเหนื่อยที่ด้านล่างของตัวน้ำตกก็มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และจุดนั่งพักผ่อนที่เป็นเรือนไม้เล็กๆไว้บริการ ซึ่งใครใคร่กิน ใคร่นั่งพักเหนื่อย ก็เลือกพักผ่อนอิริยาบถกันตามอัธยาศัย

น้ำตกนางรอง น้ำตกขนาดกลางที่น่าชมด้วยสายน้ำที่ลดหลั่นกันมา
       ส่วนใครที่ยังมีพลังเหลือและอยากสัมผัสอารมณ์ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำตกต่อ ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงต่อการตะลุยไปชมความงามของน้ำนางรองที่อยู่ไม่ห่างจากน้ำตกสาริกาเท่าใดนัก
       
       น้ำตกนางรอง ชื่อนี้แม้ว่าไม่ใช่นางเอก แต่ว่าหากยกให้น้ำตกสาริกาเป็น "พระเอก"แห่งสายน้ำตกในนครนายก น้ำตกนางรองก็ถือเป็น "นางเอก"ที่ร่วมกันสร้างชื่อและความงามให้กับนครนายกมาช้านานแล้ว ซึ่งหากว่าไปถูกที่ถูกเวลา น้ำตกนางรองถือว่าสวยงามน่าชมนัก เพราะสายน้ำจะไหลลดหลั่นกันมาเป็นชั้นๆดูสดชื่นสบายตา
       
       และเมื่อไปถึงยังบริเวณที่จอดรถแล้ว ก็ได้เวลาชีพจรลงเท้ากันอีกครั้ง เพื่อเดินเท้าสู่ตัวน้ำตกไปตามทางลาดยางที่แสนสบาย เดินประมาณ 10 นาทีก็ถึงตัวน้ำตกนางรอง ที่ในหน้าฝนเช่นนี้น้ำตกนางรองค่อนข้างไหลเชี่ยวแต่ก็น่าชมไปอีกแบบ เพราะนอกจากสายน้ำที่ไหลฟูฟ่องแล้วรอบๆข้างยังร่มรื่นไปด้วยแมกไม้เขียวครึ้ม โดยในสายธารบางช่วงสายน้ำจะเหมาะสำหรับการหย่อนก้นเล่นน้ำเย็นๆอย่างยิ่ง แต่ยังไงๆใครที่จะลงเล่นน้ำก็ขอให้เล่นกันด้วยความระมัดระวัง
       
       ส่วนใครที่อยากเดินชมน้ำตกมุมบนสะพานไม้ที่ทอดข้ามไปชมน้ำตก นับเป็นอีกหนึ่งมุมที่สามารถมองเห็นตัวน้ำตกได้อย่างชัดเจน และนี่ถือเป็นอีกหนึ่งมุมยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปกัน

ธารน้ำตกนางรองไหลพลิ้วท่ามกลางแมกไม้อันร่มรื่น
       เมื่อเพลิดเพลินความความสดชื่นชุ่มฉ่ำของน้ำตกนางรองจนหนำใจแล้ว ยังไงๆอย่าเพิ่งรีบกลับลองแวะเติมอารมณ์ชุ่มฉ่ำกับธารน้ำที่ใสไหลเย็น ณ "อุทยานวังตะไคร้" กันเสียหน่อย
       
       อุทยานวังตะไคร้หรือ "วังตะไคร้" นับเป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนใกล้กรุงอันโด่งดังมาช้านานแล้ว จะมามีแผ่วบ้างก็ช่วงที่โดนน้ำป่าพัดถล่มเมื่อหลายปีก่อน
       
       มาในวันนี้วังตะไคร้กลับมาคึกคักเช่นเดิม โดยวังตะไคร้แห่งนี้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิจุมภฏ - พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ที่เมื่อเข้าไปแล้วก็จะพบกับความร่มรื่นของมวลหมู่ไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์

ในช่วงวันหยุดธารน้ำวังตะไคร้จะเต็มไปด้วยเหล่านักท่องเที่ยวที่มาลงเล่นน้ำกันอย่างเพลิดเพลิน
       และที่ถือเป็นเสน่ห์อันเป็นไฮไลท์ที่เชิญชวนให้คนไปเที่ยววังตะไคร้กันไม่ได้ขาดก็คือ ธารน้ำใส-เย็น ซึ่งไหลซอกซอนผ่านโขดหินน้อยใหญ่ ในช่วงวันหยุดในลำธารสายนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาลงแหวกว่ายเล่นน้ำกันอย่างเพลิดเพลิน โดยกิจกรรมที่นิยมทำก็คือการล่องห่วงยางไปในลำธารที่สนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง
       
       สำหรับอารมณ์เปียกปอนในการเที่ยวเมืองนครนายกยังไม่หมดแค่นี้ เพราะหากใครที่ชอบการผจญภัยเบาๆแต่เร้าใจไปกับสายน้ำ ในหน้าฝนเช่นนี้การพายเรือผจญแก่ง(เล็กๆ)ในลำน้ำนครนายกนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมอันชวนสนุกสนานและตื่นเต้นเร้าใจไม่น้อยทีเดียว

พายเรือผจญลำน้ำนครนายกกิจกรรมผจญภัยเบาๆที่ชวนเร้าใจไม่น้อย
       จุดเริ่มต้นของความเร้าใจในการล่องแก่งผจญภัยสายน้ำอยู่ที่ท่าเรือใกล้สะพานท่าด่าน ไหลเรื่อยไปตามลำน้ำนครนายกที่เล็กแคบ และมีความแรงในระดับ 1-2 ซึ่งแน่นอนว่าหากไปพายเรือยางที่นั่งกันหลายๆคนอาจจะไม่ค่อยสนุกสำหรับผู้ที่ชอบความท้าทาย แต่ว่าหากไปพายเรือเรือแคนู หรือเรือคยัค กลับแตกต่างออกไปคือมันสะใจเอาเรื่องโดยเฉพาะช่วงตะลุยแก่ง 3 ชั้นที่ถือเป็นไฮไลท์ของทริปสนุกสะใจมาก
       
       หน้าฝนนี้หากใครอยากเที่ยวใกล้กรุงแบบสนุกชุ่มฉ่ำแถมได้ออกกำลังกายกับการผจญภัยเล็กๆ สายน้ำและน้ำตกแห่งเมืองนครนายกนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย และที่สำคัญน้ำตกที่ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ไปตะลุยมา ณ วันนี้ ถือว่าไม่ธรรมดาเอาเสียเลย เพราะน้ำตกทั้ง 2 แห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งล่าสุดเพิ่งได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของเมืองไทยมาสดๆร้อนๆ
       
       งานนี้ใครที่ไปเที่ยวในพื้นที่มรดกโลกยังไงๆก็ต้องช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติกันอย่างเคร่งครัดด้วย เพื่อให้มรดกโลกได้อยู่คู่เมืองไทย อยู่คู่กับลูกหลานไปตราบนานเท่านาน...

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       น้ำตกสาริกา ตั้งอยู่ ต. สาริกา ในพื้นที่อุทยานฯเขาใหญ่ ที่จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 3049 ประมาณ 12 กม. จากนั้นจะเจอทางแยกไปยังน้ำตกสาริกาอีกประมาณ 5 กม. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
       
       ส่วนวังตะไคร้ ท่าเรือลงล่องแก่งลำน้ำนครนายก และน้ำตกนางรอง จากตัวเมืองนครนายกไปตามทางหลวงหมายเลข 3049 (จากตัวเมืองจะมีป้ายตัวโตบอกทางไป น้ำตกสาริกา-น้ำตกนางรอง) เมื่อเลยแยกเข้าน้ำตกสาริกาตรงไปอีกประมาณ 5 กม.ก็จะเจอวังตะไคร้อยู่ซ้ายมือ เมื่อเลยจากวังตะไคร้ไปประมาณ 2 กม.ก็จะถึงน้ำตกนางรอง ส่วนหากจะไปล่องแก่ง จากวังตะไคร้ไปอีก 500 เมตรจะเจอทางแยกเลี้ยวขวาไปประมาณ 1 กม.ก็จะถึงท่าเรือลงล่องแก่ง
       
       สำหรับค่าเข้าชมน้ำตกนางรอง : คนละ 5 บาท มอเตอร์ไซต์ 10 บาท รถเก๋ง 50 บาท รถกระบะ 100 บาท รถบัส 150 บาท วังตะไคร้ : รถเก๋ง 50 บาท รถกระบะ 100 บาท ค่าเช่าห่วงยาง 20 บาท อนึ่งในการเล่นน้ำที่วังตะไคร้ หากเห็นน้ำในลำธารเป็น สีแดง ต้องรีบขึ้นจากน้ำทันทีเพราะอาจจะเกิดน้ำป่าไหลหลากได้
       
       ทั้งนี้ผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมหรือต้องการทราบระดับน้ำสำหรับล่องแก่งสามารถสอบถามได้ที่ ททท. ภาคกลาง เขต 8 โทร.0-3731-2282, 0-3731-2284
       

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 กรกฎาคม 2548 16:33 น.
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9480000100447




บทความนี้ มาจาก ที่นี่ นครนายก NAYOKCITY.COM สัมผัสธรรมชาติ ในอ้อมกอด เขาใหญ่ ใกล้ๆแค่นี้เอง
http://www.nayokcity.com/cms

เว็ปไซท์ของบทความนี้ :
www.nayokcity.com/cms/modules//sections/index.php?op=viewarticle&artid=23