Published by: webmaster , On: Aug-27-2005

เมืองนครนายกนี้จัดตั้งมาแต่เมื่อใดไม่มีหลักฐานการตรวจสอบ เป็นเมืองเก่าแก่มีความสำคัญมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ปรากฎชื่อเสียงอยู่ในประวัติศาสตร์ของไทย สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เป็นเมืองหน้าด่านทางตะวันออก ระยะทางไปมาถึงกรุงศรีอยุธยาได้ภายใน 2 วัน แม้ในสมัยปัจจุบันนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นเมืองโภคทรัพย์ ของประเทศไทยภาคกลาง มีการติดต่อกรุงเทพได้ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยที่เมืองนี้เป็นเมืองหน้าด่านตามประวัติศาสตร์ กำแพงเมืองยังมีเหลืออยู่เป็นประจักษ์พยาน กำแพงมี 2 ชั้น ชั้น นอกเป็นแพงดิน ชั้นในเป็นกำแพงอิฐ มี 3 ด้าน คือ ด้านตะวันออก ด้านเหนือและด้านตะวันตกด้านใต้ไม่มี คงจะถือว่ามีลำน้ำนครนายก กั้นอยู่แล้วจึงไม่สร้างกำแพงด้านนั้น คนโบราณเรียกเมืองนี้ว่า เมืองอกแตก เพราะมีกำแพงเพียง 3 ด้าน เดิมกำแพงคงจะสร้างไว้สูงเพื่อป้องกันข้าศึกในสมัยนั้น และปรากฎตามประวัติศาสตร์ไทยสมัยแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราช (เสวยราชครั้งที่ 1 ) มีอยู่ตอนหนึ่งว่า พระองค์ปรึกษาว่าเมืองลพบุรี เมืองนครนายก เมืองสุพรรณบุรี 3 เมืองนี้จะร้างหรือเอาไว้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระราเมศวรมหินทราธิราขกับมุขมนตรีพร้อมกันกราบทูลว่าจะให้ไปรับหัวเมืองนั้น ถ้ารับได้ก็จะเป็นคุณ ถ้ารับมิได้ข้าศึกก็จะอาศัยให้รื้อกำแพงเสียดีกว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็บัญชาตาม เข้าใจว่ากำแพงเมืองนครนายกคงถูกรื้อในสมัยนั้นและรื้อออก ยังไม่หมดยังเหลืออยู่สูงบ้างต่ำบ้าง เมื่อราว พ.ศ. 2452 สร้างกำแพงชั้นในยังไม่ปรากฎอยู่พอสังเกตุได้ว่าแนวกำแพงเมืองอยู่ตรงไหน

            ที่มาของคำว่า “นครนายก” นั้น มีผู้เล่าต่อ ๆ กันมาว่าเมืองนี้ในสมัยโบราณเป็นพื้นที่ปกคลุมไปด้วยป่า ราษฎรที่อาศัยอยู่ก็มีจำนวนน้อยข้าวปลา อาหาร ไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ ราษฎรจะทำไร่ได้นาก็ต้องเสียค่าหางข้าวให้รัฐบาล (ค่านา) ราษฎรยากจน ผลได้รับไม่พอกับที่ต้องเสียไปจึงเที่ยวหาแลกกับที่อื่นซึ่งอยู่หากไกล ต่อมาพระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่งในสมัยนั้น (สมัยใดไม่ปรากฎ) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกเว้นไม่ต้องเรียกเก็บค่าหางข้าวจากชาวนา ทรงอนุญาตให้ ราษฎรทำนาในแบบพื้นที่นี้ได้ตามใจชอบ เมื่อข่าวอันนี้แพร่หลายไปราษฎรชาวเมืองอื่นก็พากันอพยพครอบครัวเข้ามาตั้งถิ่นฐานภูมิลำเนาทำมาหากินในแถบที่ยกค่านานี้ ต่างก็เที่ยวจับจองก่อสร้างทำนาเป็นอาชีพ ราษฎรจึงพากันเรียกพื้นที่นี้ว่า “เมืองนายก” หรือ “นครนายก” เรียกสั้น ๆ ว่าครยก (คอระยก) แม้เดี๋ยวนี้ชาวบ้านคนเก่า ๆ ยังเรียกครยก แต่ผู้เฒ่าบางคนค้าวว่าไม่จริงรัฐบาลไม่เคยยกค่านาให้จริง แต่ผู้ค้านก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร

ตำนานชื่ออำเภอ อำเภอนี้เดิมเรียกว่าอำเภอวังกระโจม เพราะตัวที่ว่าการตั้งอยู่ที่ตำบลวังกระโจม ริมแม่น้ำนครนายกฝั่งซ้ายระหว่างวัดส้มป่อยวัดอินทราม ตั้งอยู่ช้านานเพียงใดไม่มีหลักฐานตรวจสอบ ต่อมาราวปี พ.ศ. 2439 ทางการจึงจัดการรื้อถอนจากที่เดิมมาตั้งอยู่ภายในกำแพงเมืองริมแม่น้ำนครนายกฝั่งขวา สมัยนั้นพื้นที่ในบริเวณกำแพงเมืองมีป่าละเมาะ ราษฎรเข้าทำนาปลูกบ้านเป็นหย่อม ๆ บนกำแพงเมืองมีกอไผ่ขึ้นหนาแน่น เจ้าเมืองสมัยนั้นจึงสั่งให้ราษฎรที่อยู่กำแพงย้าย บ้านเรือนออกไปอยู่นอกกำแพง เกณฑ์ราษฎรถากถางต้นไม้ปรับพื้นที่ให้เตียนสร้างสถานที่ราชการขึ้น ตัวที่ว่าการอำเภอก็ย้ายไปปลูกใหม่ห่างจากที่เดิมราว 200 เมตร (ข้างศาลจังหวัดนครนายก ด้านตะวันออกปัจจุบัน) ต่อมาที่ว่าการอำเภอชำรุดทรุดโทรมประกอบกับกระทรวงมหาดไทยขอรื้อถอนที่ว่าการอำเภอเมือง นครนายกในปี พ.ศ.2474 และให้ยืมศาลใช้เป็นที่ว่าการอำเภอเลื่อยมาจนถึง พ.ศ. 2494 จึงได้รับงบประมาณให้ก่อสร้างที่ว่าการอำเภอขึ้นใหม่ตามแบบมาตรฐานที่ว่าการอำเภอชั้นตรีสถานที่ปลูกสร้างอยู่ระหว่างเรือนจำจังหวัดนครนายกกับวัดศรีเมือง ได้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม 2495 สร้างเสร็จเมื่อเดือน ธันวาคม 2495 เจ้าหน้าที่ได้มาประจำทำงาน ณ ที่ว่าการอำเภอหลังใหม่นี้ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2496

          ที่ว่าของคำว่า “ วังกระโจม” นี้ คนเก่าเล่าต่อกันมาว่าเมื่อนานมาแล้วมีพระพุทธรูปองค์หนึ่งลอยน้ำมาจากทางเหนือตามลำน้ำนครนายก แล้วมาวนเวียนอยู่ตรงคุ้งน้ำหน้าศาลเจ้าใกล้กับตลาดวังกระโจมแล้วจมลงที่นั่น ชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านแถวนั้นว่า “บ้านวังพระจม” ต่อมาชาวบ้านเรียกชื่อนั้นเพี้ยนไปเป็น “บ้านวังกระโจม” จนทุกวันนี้เมื่อทางการจัดตั้งอำเภอขึ้นที่ตำบลนี้จึงขนานนามว่า “อำเภอวังกระโจม” ในราวปี พ.ศ. 2482 ทางการได้เปลี่ยนนามอำเภอเป็น “อำเภอเมืองนครนายก” เพราะเป็นอำเภอที่ตั้งจังหวัดต่อมาวันที่ 1 มกราคม 2486 ทางการยุบจังหวัดนครนายก โอนการปกครองอำเภอนี้ไปขึ้นจังหวัด ปราจีนบุรี จึงเปลี่ยนนามอำเภอเป็น “อำเภอนครนายก” จนถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2489 ทางการจัดตั้งจังหวัดนครนายกขึ้นอีกอำเภอนี้จึงเปลี่ยนนามเป็น “ อำเภอเมืองนครนายก” จนทุกวันนี้

ข้อมูลจาก สำนักงานจังหวัดนครนายก




บทความนี้ มาจาก ที่นี่ นครนายก NAYOKCITY.COM สัมผัสธรรมชาติ ในอ้อมกอด เขาใหญ่ ใกล้ๆแค่นี้เอง
http://www.nayokcity.com/cms

เว็ปไซท์ของบทความนี้ :
www.nayokcity.com/cms/modules//sections/index.php?op=viewarticle&artid=32