Published by: webmaster , On: Nov-09-2005

เที่ยวป่าหน้าหนาวในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ฤดูหนาวของคนหรือฤดูแล้งของป่า ดูจะเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นตาตื่นใจและมีที่สีสันที่สุดช่วงเวลาหนึ่งของวัฏจักรในธรรมชาติ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อ สืบทอด ขยายพันธุ์ และปรับตัวเพื่อความอยู่รอดจากความแห้งแล้งที่เข้ามาเยือนอย่างน้อย อีก 4-5 เดือน สัตว์ป่าบางชนิดจะเริ่มรวมฝูงเพื่อเตรียมผสมพันธุ์ สีสันของบรรดาตัวผู้ทั้งหลายก็จะเริ่มปรากฏในช่วงนี้ เพื่ออวดโฉมให้ตัวเมียหลงไหล และนำไปสู่การสืบทอดขยายพันธุ์ในที่สุด นกโดยส่วนใหญ่ก็จะเปลี่ยนแปลงสีสันของตัวเองให้สดใสมีสีสันเพื่อเชื้อเชิญตัวเมียให้เข้ามาผสมพันธุ์ ช่วงนี้นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อาจได้เห็นนกเงือกรวมฝูง ดูสวยและแปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง ในขณะเดียวกันที่สัตว์ใหญ่ เช่น ช้าง ก็เริ่มเข้าโขลงเช่นกัน ช้างตัวผู้จะเริ่มประกาศศักดาให้เห็นถึงความเข้มแข็งและแย่งชิงความเป็นจ่าโขลง เพื่อครอบครอง อาณาจักรหากินและโขลงช้างเพศเมีย ช่วงนี้ช้างจะมีความดุมากกว่าธรรมดาเพราะสงครามแย่งชิงอาณาจักรไม่เคยปราณีใคร สัตว์ที่พ่ายแพ้จากการต่อสู้ต้องล่าถอยไปเพื่อหากินในถิ่นอื่นที่ความสมบูรณ์น้อยหรือยากลำบากกว่า หรือไม่ผลจากการนต่อสู้นั้นอาจจะหมายถึงชีวิตเลยก็เป็นได้ ซึ่งโดยมากจะเกิดขึ้นกับสัตว์ที่เคยเข้มแข็งแต่สังขารชราลงจึงจำเป็นต้องล่าถอยไปให้กับตัวที่หนุ่มกว่า แข็งแรงกว่ายืดครองแทน

ป่าก็เช่นกัน ต่างก็ปรับตัวเองเพื่อความอยู่รอด หลังจากฤดูฝนอันหนักหน่วงผ่านไป ปริมาณน้ำในพื้นดินที่เคยชุ่มฉ่ำค่อยๆลดลง ลำธารจำนวนมากที่มีน้ำไหลหลากยามฤดูฝนต่างเหือดแห้งลงเหลือเพียงโขดหิน ต้นไม้ประเภทผลัดใบจำเป็นต้องเปลี่ยนสภาพเป็นใบแห้งและปลิดทิ้งใบในที่สุด เพื่อรักษาการคายน้ำ ช่วงนี้เองที่บางพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณหรือป่าผลัดใบต่างแข่งกันแต่งแต้มสีสันจนเป็นที่ สดุดตาน่าชมของผู้พบเห็น บางแห่งสลับกับทุ่งหญ้าที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีทองยามสะท้อนแสงแดดอ่อน ก่อให้เกิดมุมมองเชิงศิลปะที่สวยงามอันไม่สิ้นสุด

ช่วงเดือนพฤศจิกายน - มกราคม จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวป่าและถ่ายรูปธรรมชาติเป็นอย่างยิ่งเพราะอากาศค่อนข้างปลอดโปร่ง และหนาวเย็น สีสรรของธรรมชาติดูสวยงามและละมุนละไม

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลานี้ในธรรมชาติก็มีความเปราะบางเช่นกัน เพราะเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์ป่า เป็นช่วงที่สัตว์ป่าต้องการความสงบและเป็นส่วนตัวอย่างมาก ดังนั้นการที่นักท่องเที่ยวเข้าไปใกล้หรือกวนให้สัตว์ป่าต่นตระหนกอาจเกิดผลกระทบที่คาดไม่ถึงได้ เช่น อาจเป็นอันตรายต่อตัวผู้พบเห็นเอง หรือไม่ก็ทำให้สัตว์ป่านั้นไม่ทำการผสมพันธุ์หรือตกลูกไปเลยก็ได้ จึงควรต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการเข้าไปใกล้เพื่อถ่ายรูปหรือสัมผัสอย่างใกล้ชิด ทางที่ดีควรอยู่ในระยะห่างที่เหมาะสมจะเป็นการดีที่สุดต่อทั้งตัวเราและตัวสัตว์ป่าเอง

การท่องเที่ยวที่ถูกต้อง ถือว่าเป็นการช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง...

ข้อแนะนำในการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในช่วงฤดูหนาว

ฤดูหนาวหรือฤดูแล้งของป่า เป็นช่วงที่สวยงามและเปราะบางที่สุด จึงควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ในการทำกิจกรรมใดๆในป่า ไม่ว่าจะเป็นบริเวณบ้านพักหรือ แค้มป์ในป่า เช่น การก่อไฟ การใช้เสียง การสัมผัสกับสัตว์ในระยะใกล้

1. การเดินท่องเที่ยวในเส้นทางเดินป่า จะต้องใช้ความระวังเป็นพิเศษ เพราะ ใบไม้ที่ต้นไม้ปลิดทิ้งลงมา อาจทำให้เส้นทางเดิมเลือนหรือมองไม่เห็น จนเป็นเหตุให้หลงป่าได้ ควรสอบถามชนิดเครื่องหมายที่อุทยานฯทำไว้ใช้เป็นจุดสังเกตสังเกตหรือขอเจ้าหน้าที่นำทางจะเป็นการดีที่สุด

2. หากพบเจอสัตว์ป่าในระหว่างเส้นทางเดินป่า ควรหลีกเลี่ยงเพราะจะเป็นการรบกวนความสงบหรือ อาจเกิดอันตรายจากพฤติกรรมที่ดุร้ายในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์ป่าได้

3. หากพบช้างหรือโขลงช้าง ลงหากินบนถนนควรจอดรถให้ห่างในระยะที่ปลอดภัย(ไม่น้อยกว่า 30 เมตร) รอจนกว่าโขลงช้างจะหลบเข้าข้างทางไปเอง หรือ หากช้างเดินเข้าหารถ ให้ค่อยๆถอยรถห่างออกจากจุดที่ช้างเดินจนปลอดภัยหรือกลับรถย้อนกลับมารอจนช้างเข้าข้างทางแล้ว สังเกตอารมณ์ของช้างว่าปกติหรือหงุดหงิดจากการถูกรบกวนหรือไม่ เพราะช้างอาจจะวิ่งไล่ได้หากถูกรบกวนมากจนเกินไป(ดูที่หู ถ้าโบกไปมาและยังกินอาหารอยู่แสดงว่าอารมณ์ยังดีอยู่ แต่ถ้าหูเริ่มกาง หางเริ่มชี้ ส่ายหัว-งวง ไปมาแสดงว่าเริ่มโกรธแล้ว ให้ถอยรถไปไกลๆ ได้เลย) ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินหรือไฟกระพริบไว้ อาจทำให้ช้างสนใจเข้ามาดู เพราะช้างเป็นสัตว์ที่ขี้สงสัย โดยเฉพาะลูกช้าง ไม่ควรบีบแตรไล่ช้าง เพราะช้างจะตกใจและทำให้ช้างวิ่งชาร์ทได้ เมื่อขับรถผ่านไปแล้ว แต่ช้างยังอยู่บริเวณริมถนน ให้ขับผ่านไปเลย ไม่ควรจอดดูนานเกินไป เพราะอาจมีรถคันอื่นตามมา แล้วติดรถของคุณจนเป็นเหตุให้ถูกทำร้าย แทนที่จะเป็นรถของคุณ ไม่ควรจอดรถแล้วลงไปถ่ายรูปช้างในระยะใกล้ เพราะอาจทำให้คุณวิ่งหนีขึ้นรถไม่ทัน ควรระลึกอยู่ว่าโดยทั่วไปช้างมักจะอยู่รวมกันเป็นครอบครัว หรือโขลง ขณะที่ท่านเจอช้างเพียงตัวเดียว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีช้างตัวอื่นๆ อยู่ในบริเวณนั้น โขลงช้างอาจจะกระจายกันหากินอยู่ในบริเวณป่าข้างๆนั้นก็เป็นได้

4. ห้ามให้อาหารสัตว์ป่าที่พบเห็น ไม่ว่าจะเป็นบริเวณริมถนนหรือที่พัก เพราะสัตว์ป่าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการหากิน และเป็นอันตรายต่อการดำเนินชีวิตอันเป็นปกติสุขของมัน ที่สำคัญสัตว์ป่าเหล่านั้นอาจถูกรถชนได้ หากคนขับรถใช้ความระมัดระวังไม่เพียงพอ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กำลังประสบปัญหาจากผู้ใจบุญที่ชอบให้อาหารลิงตามริมถนน เพราะในปัจจุบันพบว่าลิงที่ลงมาคอยเก็บอาหารจากรถที่ผ่านไปมามีจำนวนมากขึ้น และมีพฤติกรรมชอบวิ่งเข้าหารถในขณะที่วิ่งผ่านหรือไม่ก็นอนขวางถนนเพื่อให้รถจอด ทำให้มีลิงที่ถูกรถชนรถทับบ่อยมาก หรือไม่ก็กัดคนที่หลอกยื่นอาหารให้ แต่แล้วไม่ยอมให้

5. เนื่องจากถนนในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กำลังอยู่ในช่วงระหว่างการปรับปรุง ยังไม่แล้วเสร็จ สมบูรณ์ การขับรถด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เป็นอันตรายต่อตัวคุณเอง ผู้อื่น หรือแม้กระทั่งสัตว์ป่าที่ต้องใช้ประโยชน์จากถนนเส้นนี้ เช่นเดียวกับคุณ

6. พึงนึกอยู่เสมอว่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บอบช้ำมาจากการทำหน้าที่รองรับจำนวนนักท่อง เที่ยวที่เข้ามาใช้ประโยชน์แล้วกลับไปในแต่ละปีนั้นมากพออยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ควรไปซ้ำเติมด้วยการเพิ่มปริมาณขยะให้ล้นเขาใหญ่อีกเลย ควรหลีกเลี่ยงเรื่องการนำวัสดุที่เป็นขยะขึ้นไปบนเขาใหญ่ หรือนำเอาวัสดุเหลือใช้ลงมาทิ้งนอกเขตอุทยาน ในที่ที่มีการจัดการเก็บขยะที่ดีพอไปถึง

7. ความสุขที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการพักผ่อนท่องเที่ยวของคุณ ควรอยู่ในระดับของความพอดี ไม่จำเป็นต้องเผื่อแผ่ให้คนอื่น เพราะอาจทำให้ผู้อื่นเกิดความรำคาญได้

การเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้แก่ บริเวณที่ทำการ น้ำตกกองแก้ว น้ำตกเหวสุวัติ น้ำตกผากล้วยไม้ น้ำตกเหวนรก หอดูสัตว์หอผักชี แค้มป์กางเต็นท์ผากล้วยไม้ เพราะมีความสะดวกทั้งในเรื่องที่พัก การสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยว หรืออาหารการกิน

โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวจะมาเริ่มต้นจุดการท่องเที่ยวบริเวณที่ทำการอุทยานฯ หรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนเพื่อสอบถามข้อมูล เตรียมอาหาร ติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง ก่อนออกไปท่องเที่ยวในจุดอื่นๆ

การเดินทางโดยสะดวกจากกรุงเทพฯ - อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยรถส่วนตัว สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางที่ 1 เริ่มต้นจาก แยกอ. รังสิต - อ. องครักษ์ ทางหลวงหมายเลข 305 เมื่อถึง แยก อ.ปากพลี จ.นครนายก แยกเลี้ยวขวาเข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข 33 ประมาณ 23 กม. ถึงวงเวียนแยกนเรศวร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหลวง หมายเลข 3077 ประมาณ 10 กม. จะถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขับรถขึ้นเขาอีกประมาณ 30 ก.ม. ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ

เส้นทางที่ 2 เริ่มต้นจาก แยก อ.รังสิต - สระบุรี ทางหลวงหมายเลข 1 แยกเลี้ยวขวาที่ จ.สระบุรี ใช้เส้นทางหมายเลข 2 สระบุรี - แยก อ.ปากช่อง วนรถขึ้นสะพานข้ามแยก เข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข 2090 ประมาณ 20 ก.ม. จะถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จากด่านขับรถขึ้นเขาประมาณ 10 ก.ม. จะถึงที่ทำการอุทยานฯ คุณสามารถสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่และเริ่มต้นการท่องเที่ยว ณ จุดนี้

โดยรถไฟ ขึ้นรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ลงที่สถานี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แล้วต่อรถสองแถวที่ตลาด อ.ปากช่อง - อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ลงที่ด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานฯ แล้วโบกรถต่อขึ้นไปที่ทำการอุทยานฯ

รถโดยสารประจำทาง เส้นทางที่ 1 ขึ้นรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพฯ - นครราชสีมา หรือมาจากที่อื่น ให้ลงที่แยกเข้า อ.ปากช่อง (กรณีที่รถโดยสารไม่เข้าตัว อ.ปากช่อง) ขึ้นรถสองแถวประจำทาง ต่อเข้า ด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานฯ ประมาณ 20 กม. แล้วโบกรถต่อขึ้นไปที่ทำการอุทยานฯ

เส้นทางที่ 2 ขึ้นโดยสารรถประจำทาง กรุงเทพฯ - ปราจีนบุรี มาลงที่แยกวงเวียนนเรศวร (แยกเข้า จ.ปราจีนบุรี) ยืนรอโบกรถหรือเหมารถมอเตอร์ไซด์ ที่แยกนี้ ลงที่ด่านเนินหอม (ด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานฯ) แล้วโบกรถต่อขึ้นอุทยานฯ

หมายเหตุ เนื่องจาก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไม่มีรถโดยสารประจำทาง ผ่านขึ้นอุทยานฯโดยตรง จึงต้องหารถต่อไปลงที่ด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานฯ แล้วจึงหาโบกรถต่อขึ้นไป หารถเหมาที่ อ.ปากช่อง หรือ ปราจีนบุรี รถประจำทางในท้องถิ่นจะหมดระยะที่ด่านเท่านั้น ซึ่งอาจจะทำให้เป็นอุปสรรค์บ้างสำหรับท่านที่ไม่คุณเคย

เตรียมตัวเที่ยวป่าหน้าหนาวในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอื่นๆ

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เนื่องจากมีความสะดวกด้านการคมนาคมและอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก แต่อย่างไรก็ตามการเดินทางขึ้นไปท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ ในแต่ละช่วงฤดูกาลก็จะต้องเตรียมความพร้อมแตกต่างกัน ในช่วงฤดูฝนจะต้องเน้นไปที่อุปกรณ์ที่สามารถกันเปียกกันชื้นได้ หากในฤดูหนาวก็คงต้องเน้นไปที่อุปกรณ์กันหนาวกันลม แต่บางครั้งก็เอาแน่กับฤดูกาลในป่าเขาไม่ได้เหมือนกัน หากป่ามีความชื้นเพียงพอก็อาจทำให้ฝนตกได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นป่าดิบชื้น โอกาสที่จะมีฝนตกนอกฤดูกาลนั้น มีโอกาสสูงทีเดียว จึงไม่ควรประมาท ถ้าหากไม่ลำบากมากจนเกินไปก็ควรเตรียมสัมภาระให้พร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดจะดีกว่า

ผ้ากันน้ำค้าง/ฝน แม้ว่าจะเป็นฤดูหนาว แต่กลางคืนจะมีน้ำค้างแรงมาก ชนิดที่เรียกได้ว่าหยดลงมาคล้ายเม็ดฝนเลยทีเดียว ฟายชีท หรือผ้ากันฝน และหมวกจึงเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกันสำหรับผู้คนที่ชมชอบบรรยกาศแบบการกางเต้นท์เพราะจะทำให้คุณนอนหลับอย่างสบายภายในเต็นท์ยามค่ำคืน

ที่ลานกางเต็นท์ของ อุทยานฯเขาใหญ่ จะไม่อนุญาตให้ก่อไฟนอกเตา เนื่องจากป้องกันไฟไหม้ลามในป่าแล้วยังป้องกันไม่ให้สะเก็ดไฟกระเด็นไปไหม้เต็นท์ข้างเคียงได้ อีกสาเหตุหนึ่งที่ต้องทำเช่นนี้เพราะว่า ปัจจุบัน ปริมาณไม้ฟื้นที่หาได้ขอบของลานกางเต้นท์นั้นไม่สามารถหาได้อีกต่อไป

เห็บ หากคุณเดินเข้าไปท่องเที่ยวในป่าหรือเส้นทางศึกษาธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปลายหนาวต่อฤดูแล้งให้พึงระวัง ตัวเห็บ ไว้ด้วย ที่เขาใหญ่มีอยู่ประมาณ 2-3 ประเภท ตั้งแต่เห็บตัวใหญ่หรือที่เรียกกันว่าเห็บควาย ตัวขนาดประมาณเส้นผ่าศูนย์กลางของด้ามปากกา ไม่ค่อยพบเห็นมากนัก เห็บธรรมดาหรือเห็บหมาขนาดเท่าเห็บหมาทั่วไป และเห็บลม หรือเห็บเสี้ยน หรือเห็บแดง ซึ่งเรียกชื่อแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น ที่ตัวเล็กมากจนถ้าไม่สังเกตให้ดีก็จะมองไม่เห็น ชอบอยู่ตามขอนไม้ผุ ใบหญ้าคาแห้ง หรือตามใบไม้ที่มีขน ใยแมงมุม เห็บใหญ่ไม่ค่อยเป็นปัญหามากนักเพราะตัวใหญ่เห็นง่าย แต่เห็บเล็กหรือเห็บลมนี่สิ ที่แม้กระทั่งนักเดินป่าตัวยงยังขยาย เพราะหากถูกเกาะหรือกัดแล้ว จะรู้สึกตัวก็อาจจะหลายวันหรือจนเป็นไข้นั่นแหละ วิธีง่ายที่สุดก็คือหลีกเลี่ยงการเดินประเภทลุยดะ หรือพอเหนื่อยหมดแรงแล้วล้มตัวลงนอนโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง คุณอาจจะได้ของฝากกับบ้านก็ได้

วิธีแก้ไขหรือสังเกตง่ายๆ สำหรับเจ้าเห็บลมนี้คือ เขาจะชอบเกาะตามเนื้ออ่อน ข้อพับ หลังใบหู หางคิ้ว สะดือ หรือเอว เป็นต้น เมื่อคุณกลับมาถึงที่พักก่อนอาบน้ำก็ให้สำรวจตามจุดต่างๆเหล่านี้ว่ามีเจ้าเห้บนี้ก็อยู่หรือเปล่า ถ้ามีก็ค่อยๆบรรจงแกะออกอย่างทะนุถนอม ระวังอย่าให้หัวมันฝังอยู่ในเนื้อ เพราะส่วนนั้นแหละคือส่วนที่เป็นพิษจนอาจทำให้คุณเป็นไข้ได้ หรือหากสำรวจจนทั่วแล้ว ก็ให้คอยสังเกตตัวเองว่า มีอาการคันผิดปกติตรงไหนหรือเปล่า หรือปวดแสบบริเวณใต้ร่วมผ่าส่วนไหน ก็ลองลูบหรือหาดู อาจจะเจอต้นเหตุแห่งความเจ็บคันนั้นได้

มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เลขที่ 84 อาคารรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท ์ถ.อู่ทองนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 0-2628-5226-7 ต่อ111, โทร 0-2628-5379, โทรสาร 0-2628-5499, 10300
http://www.khaoyai.org/story_cold.html




บทความนี้ มาจาก ที่นี่ นครนายก NAYOKCITY.COM สัมผัสธรรมชาติ ในอ้อมกอด เขาใหญ่ ใกล้ๆแค่นี้เอง
http://www.nayokcity.com/cms

เว็ปไซท์ของบทความนี้ :
www.nayokcity.com/cms/modules//sections/index.php?op=viewarticle&artid=41