Published by: navy , On: Jul-26-2005

เที่ยว อ. ปากพลี ดูความลี้ลับ หลังเขาใหญ่

 

ถ้าหากด้านหน้าเขาใหญ่คือ ทางขึ้นด้าน ปากช่อง นครราชสีมา ด้านหลังเขาใหญ่ ก็น่าจะเป็นด้าน ติดจังหวัดนครนายกที่ อ.ปากพลี คนไทยมากมายเคยขึ้น เขาใหญ่ทางด้านหน้า น้อยคนนักเคย ท่องไป เก็บเกี่ยวความงามด้านหลัง เขาใหญ่เอาไว้ในความทรงจำ หลังเขาใหญ่จึงเป็น ความงามแฝงเร้น เสมอมา น้ำตกเหวนรกรู้จักกันดี เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหลเชี่ยวกราก โจนลงสู่เหวลึกเบื้องล่างอย่างน่ากลัว บ่อยครั้ง ช้างป่าพลัดจากโขลงตกเหว ลงไปตาย ส่งเสียงร้องโหยหวนก้องป่าอย่างสิ้นหวัง น้อยคนนักจะรู้ว่าเหวนรกอยู่ในเขต อ.ปากพลี นครนายก พร้อมๆ กับความงามอีกมากมายในเขตนั้น ที่น่าเชิญชวนไป See The Unseen

เป็นที่รู้กัน ถ้าอยากไปเที่ยวน้ำตกสวยๆ ไม่ ไกลจากกรุงเทพฯ ถนนดี ไปมาสะดวก หาอาหารทานได้ง่าย ต้องไปนครนายก มีน้ำตกมากมายหลายแห่งให้เลือกเที่ยว ที่ดังๆก็ต้องน้ำตกสาริกา น้ำตกนางรอง อยากเดินป่าหรือล่องแพตามลำธารหรือ ในลำน้ำนครนายก มีให้เลือกหลายแห่ง กระนั้นนครนายกก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ที่ยังไม่เคยปรากฏต่อสายตานักท่องเที่ยวอีกมาก อย่างน้อยก็ความงดงามตามธรรมชาติ ด้านหลังเทือกเขาใหญ่ที่ อ.ปากพลี ที่น่าเอ่ยอย่างมากได้แก่อ่างเก็บน้ำวังบอนในพระราชดำริ ที่มีลักษณะเป็นเขื่อนขนาดเล็ก และน้ำตกวังม่วงที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกัน

นายขจรศักดิ์ ดีเสียง นายก อบต. นาหินลาด และนายปราโมทย์ พุ่มดี รองนายก ชี้ให้เห็นว่าเพราะภูมิประเทศ อ.ปากพลี อยู่ในเทือกเขาใหญ่ พื้นที่จึง เป็นทิวเขาสลับซับซ้อน บางแห่งเป็นเขา สูงผาชัน กอปรด้วยลำธารหลายสาย งดงามด้วยความเขียวขจีของป่าไม้และ ไม้ป่าสีสวยประดับไพร ที่มีตามฤดูกาล เป็นเขตที่ไม่ใช่เส้นทางคมนาคมหลัก จึงดำรงสภาพชนบท พงไพรบริสุทธิ์ ไว้ได้มาก อยากแนะให้ไปเที่ยวชม ด้านหลังเขาใหญ่ ที่อ่างเก็บน้ำวังบอนก่อน เป็นอ่างเก็บน้ำที่แวดล้อมอยู่ด้วยแนวทิวเขาวิวทิวทัศน์งดงาม ทิวเขาที่รายรอบอ่างเก็บน้ำนี้อยู่ ล้วนมีน้ำตกสวยๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันหลายแห่ง

นายสุวัชชัย เขมะเพ็ชร ผู้ควบคุมดูแลอ่างเก็บ น้ำวังบอนของกรมชลประทาน ชี้ความโดดเด่นของอ่างที่กักเก็บน้ำได้ 6.9 ลบ.ม. ในแง่การท่องเที่ยวว่า ความราบเรียบของน้ำในอ่าง ทำให้เกิดภาพสะท้อนงดงามของขุนเขาและป่าไม้ในอ่างยิ่ง ขอบอ่างด้านหนึ่งนั้นมี น้ำตกวังบอน ที่ไหลลงอ่างทั้งปี อาจพายเรือแคนูไปดูใกล้ๆ หรือแม้พายอ้อมไปด้านหลังน้ำตก มองดูสายน้ำที่โจนข้ามหัวไปลงอ่างก็ได้ และทางการกำลังคิดทำทางลงน้ำเพื่อให้นักท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำในอ่างได้ตามคำเรียกร้อง ขณะนี้การพายเรือเที่ยวในอ่างเริ่มนิยมกันมาก เพราะอาจพายเรือไปดูน้ำตกหรือ พายเรือไปปีนหน้าผาได้

รอบๆอ่างยังมีน้ำตกอีกถึง 5 แห่งด้วยกัน ได้แก่ น้ำตกธารรัตนา ที่มีถึง 5 ชั้น น้ำตกเหวไม้สัก ที่ต้องไต่ หน้าผาสูงขึ้น ไปเหนือจุด ที่น้ำตกโจนยังสู่พื้นราว 50 เมตร แล้วต้องโรยตัวลงจากหน้าผา ด้วยเชือก เพื่อลงมาดูความงามของมัน น้ำตกไม้เปราะ น้ำตกน้ำหมุนขึ้น น้ำตกนี้ ความจริงน้ำ ไม่ได้หมุนขึ้นเขา ตามคำเรียกของชาวบ้าน หากแต่เป็นน้ำตก ที่มีปลาโจน สวนทางน้ำตกขึ้นเขาไป โดยเดากันว่า เพื่อจะไปผสมพันธุ์ สืบเชื้อสายกัน

น้ำตกแห่งใหม่ล่าสุดคือ น้ำตกมุดใต้ดิน ความจริงน้ำตกไม่ได้มุด คนที่ไปดูต่างหาก เมื่อขึ้นเขาเหนืออ่างเก็บน้ำไปช่วงหนึ่งแล้ว จะเจออุโมงค์เล็กๆ เส้นผ่าศูนย์กลางราว 80 ซม. ต้องคืบคลานเข้าไปในอุโมงค์แห่งนั้น ที่เส้นทางค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปด้านบนราว 100 เมตรเศษ แล้วจะถึงปากอุโมงค์หรือเรียกว่าปากถ้ำก็คงจะได้ ณ จุดนี้เอง จะไปอยู่ใต้น้ำตกที่โจน ข้ามหัวลงสู่เบื้องล่างพอดี เส้นทางนี้ยังไม่แนะนำด้วยเหตุผลแห่งความปลอดภัย ต้องให้ดีกว่านี้เสียก่อน

ขอกระซิบว่า ต.นาหินลาด เป็นดงหน่อไม้ ไผ่ตงและสวนส้มโอ ไปเที่ยวที่โน่น ช่วงหน้าฝน อย่างนี้อย่าลืมซื้อ หน่อไม้สดๆ กลับบ้าน กก.ละ 2-4 บาทเท่านั้น จะได้ของดีสดๆ ไม่ได้เอาไปอาบ น้ำยาให้ดูสวย แต่กินแล้วน่ากลัวเหมือน ตามย่านตลาดใหญ่ๆ ส่วนส้มโอ บ่อยครั้งเจ้าของ สวนตัดจากต้นเอา มาให้เลย ไปชี้เอาได้

บริเวณรอบๆ อ่างเก็บน้ำวังบอน เป็นดงนกหลากชนิด มักมีฝรั่งเป็นหมู่ๆ พากันไปดูนก อยู่เป็นประจำ คนไทยมีน้อย อาจเพราะไม่รู้แหล่ง อบต. นาหินลาดและเจ้าหน้าที่ชลประทาน คุมอ่างเก็บน้ำ ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งผู้ที่จะไปกางเต็นท์ ตั้งแคมป์ค้างแรมชม ความงามตามธรรมชาติ เพียงแต่ต้องไม่สร้างความอึกทึกครึกโครมเท่านั้น สอบถามได้ที่ อบต.นาหินลาด 0-3731-3573 อยากไปเที่ยวที่โน่นไปไม่ยาก เมื่อไปถึงนครนายกแล้ว ให้มุ่งไปตามเส้นทางสายนครนายก-ปราจีนบุรี วิ่งรถไปราวๆ 10 กม. จะถึงวัดฝั่งคลอง ที่อยู่ทางขวาเลยไปนิดเดียว จะมีถนนแยกไปทางซ้าย ให้เลี้ยวไปทางซ้ายเข้าไปอีกราว 10 กม. ก็สามารถถามหาที่ตั้ง อบต.นาหินลาดได้ ที่โน่นพร้อมจะชี้ทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว.

* โฟกัส *

ศูนย์ศึกษาวิจัยกวางรูซา

ความโดดเด่นแอบแฝงอีกอย่างหนึ่งของ ต.นาหินลาด อ.ปากพลี นครนายก ที่น่าสนใจมากได้แก่ ที่โน่นมีฟาร์มเลี้ยงกวางและนกกระจอกเทศเพื่อการศึกษาวิจัย เนื้อที่ 50 ไร่ ตั้งอยู่ริมคลองยาง เลี้ยงกวางถูกต้องตามหลักวิชาอเมริกัน เจ้าของได้แก่ นายจิรยุทธและนางนพวรรณ สุทธิเสงี่ยม ผู้ไปปักหลักอยู่ที่พาซาเดนา แคลิฟอร์เนีย กว่า 20 ปี ทั้งลูกชายก็เป็นสัตวแพทย์อเมริกัน ฝีมือดีที่โน่น ฟาร์มแห่งนี้เป็นสมาชิก สมาคมฟาร์มเลี้ยงกวางแห่งอเมริกาเหนือ ซึ่งมีอิทธิพลและ ความรู้เรื่องกวางมาก เป็นผู้กำหนดมาตรฐานการเลี้ยงกวาง รัฐบาลอเมริกันมัก เกรงใจมักขอความรู้และ ความเป็นไปได้ในการออกกฎและระเบียบใหม่เสมอๆ

กวางที่เลี้ยงในไร่นี้ ไม่ใช่กวางไทย ที่เห็นเวลา ไปส่องดูสัตว์ที่เขาใหญ่ หรือเขาเขียว เป็นกวางรูซา (Rusa) จากเกาะคาริโดเนียของฝรั่งเศส กลางมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ การบินไทย เคยมีเที่ยวบินไปลง แต่ตอนหลังยกเลิก ไร่กวางตั้งมา 8 ปีแล้ว เริ่มจากมี 30 ตัว บัดนี้แพร่พันธุ์จนมีกว่า 200 ตัว อยากมีความรู้ควรไปดู จะได้เห็นวิธีการ สัตวบาลกวาง อย่างถูกวิธีตามตำรา ให้ความเอาใจใส่ ตั้งแต่บริเวณเลี้ยงใหญ่ พอหรือไม่ หญ้าที่กวางต้องกิน เกลือแร่และแร่ธาตุอื่น ที่จำเป็น การให้การรักษาพยาบาล ยามเจ็บป่วย การอนุบาลลูกกวางอ่อน โดยเลี้ยงดูในตู้อนุบาล (Incubator) คล้ายเด็กอ่อนแรกคลอดที่ไม่แข็งแร

แม้อยู่ในช่วงโศกเศร้าเพราะเพิ่งเสียภรรยาไป นายจิรยุทธ สุทธิเสงี่ยม ก็ชี้ว่า รายได้มาจากตัดเขากวางขาย กวางเริ่มมีเขาตั้งแต่อายุปีเศษ งอกแล้วหลุดไปเอง ต่อจากนั้นจะงอกใหม่เป็นกิ่งก้านอย่างที่เห็น เมื่อได้เวลาก็ตัดเอาไปขาย เกรดเขากวางมีตั้งแต่ 3,000-7,000 และกว่านี้ ไม่ใช่แค่เอาไปขายเป็นยาจีน ขณะนี้ทั้งโลกตะวันออกและตะวันตก ต่างเห็นคุณค่าเขากวาง โลกตะวันตกวิจัยพบว่า เขากวางช่วยสร้างดุลให้การผลิตเม็ด เลือดขาวและเม็ดเลือดแดงอยู่ในดุล ตอนนี้ถึงขั้นบรรจุในแคปซูลขายกันแล้ว กวางเมื่อถูกตัดเขาแล้วเขามันก็งอกใหม่เองอีก โดยทิ้งท้ายไว้ว่า เลี้ยงกวางต้องเอาจริง อย่าเลี้ยงค้ำหน้าตา ไม่มีเงินอย่าเลี้ยง.

คัดลอกจาก นสพ.ไทยรัฐ
ข้อมูล  โดยคุณ "วีว่า"

<!--end story -->

 

รายละเอียด เพิ่มเติม :   www.thairath.co.th/thairath1/2546/column/world/aug/23_8_46.php




บทความนี้ มาจาก ที่นี่ นครนายก NAYOKCITY.COM สัมผัสธรรมชาติ ในอ้อมกอด เขาใหญ่ ใกล้ๆแค่นี้เอง
http://www.nayokcity.com/cms

เว็ปไซท์ของบทความนี้ :
www.nayokcity.com/cms/modules//sections/index.php?op=viewarticle&artid=9