หน้าแรก แผนที่ สมาชิก ข่าวประชาสัมพันธ์ แนะนำเว็ปไซท์ กระดานข่าว บทความ คำถามที่ถามบ่อย. สมุดภาพ ติดต่อเรา


บ้านสมุนไพรชัยมงคล คลอโรฟิลล์บริสุทธ์ 100 % ล้างสารพิษในร่างกาย อย่างมีประสิทติภาพ บ้านสมุนไพรชัยมงคล โทร 098 878 6897


พื้นที่ โฆษณา ผู้สนับสนุน เรา
รายการหลัก

Popular Section Articles
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·

ค้นหา

Gallery
View the oldgallery gallery




Published by: navy , On: Jul-26-2005

นกเงือกเปรียบเสมือนดัชนีบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ ของป่าดงดิบ ด้วยนกเงือกจำเป็นต้องมีแหล่งอาหาร และการทำรังกับตันไม้ขนาดใหญ่ ทว่าปัจจุบันเมื่อป่าไม้ถูกทำลาย นกเงือกถูกคุกคามจากขบวนการค้าสัตว์ป่า และเผชิญหน้ากับสภาวะวิกฤติอันล่อแหลม ต่อการสูญสิ้นสายพันธุ์ อันเป็นปัจจัยแห่ง ต้นกำเนิดของความอุดมสมบูรณ์ ที่ล้วนก่อเกิดจากผืนป่าดงดิบ ณ. บัดนี้มีความจำเป็นที่เราจะเริ่มเรียนรู้ ถึงค่าความหมายของสิ่งมีชีวิต ที่เสมือนดั่งตัวแทนของสรรพชีวิตในพงไพร เพื่อจะร่วมกันรักษาสายใยแห่งชีวิตและความอยู่รอด ของป่าไม้ที่เกื้อกูลต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์ชาติ
ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการ ดูนก คือช่วงหน้าหนาว นี้ ผมจึงขอแนะนำบทความของคุณ รุ่งโรจน์ จุกมงคล มาแนะนำการดูนก ที่ป่าเขาใหญ่ พื้นป่า อันใหญ่ ที่ไม่ไกล จากกรุงเทพ


เขาใหญ่
นครนายก/ปราจีนบุรี/สระบุรี/นครราชสีมา

โดย รุ่งโรจน์ จุกมงคล

สภาพทั่วไป

คงไม่มีป่าผืนใดเป็นที่รู้จักในหมู่นักดูนกทุกรุ่นเท่ากับเขาใหญ่ จากข้อได้เปรียบตรงที่เป็นป่าดงดิบผืนใหญ่ใกล้กรุงเทพฯ และสามารถเดินทางไปถึงได้สะดวกที่สุด เขาใหญ่จึงเป็นแหล่งดูนกยอดนิยมของเมืองไทยมานานหลายสิบปีจนถึงปัจจุบัน เพียงใช้เวลาเดินทางแค่ 3 ชั่วโมงกับระยะทางประมาณ ๒๐๐ กม คุณจะได้พบนกป่ามากมายบนเขาใหญ่ และมีจำนวนไม่น้อยเป็นนกหายาก ไม่น่าแปลกใจที่นักดูนกทุกคนต้องเคยสัมผัสป่าเขาใหญ่มาแล้ว เพราะป่าแห่งนี้เปรียบเสมือนห้องเรียนแห่งแรกสำหรับฝึกฝนการดูนกป่า นักดูนกหน้าใหม่นิยมใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ ค้นหานกนานาชนิด หลายคนเคยเห็นนกเงือกครั้งแรกในป่าแห่งนี้ ขณะเดียวกันนักดูนกรุ่นใหญ่ยังหวนกลับไปดูนกในป่าเขาใหญ่เป็นประจำ จำนวนนกที่พบไม่ต่ำกว่า 350 ชนิดคือเหดุผลดึงดูดให้นักดูนกทุกคนต้องมาเยือนเขาใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า ดังนั้น อช. เขาใหญ่จึงครองตำแหน่งแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองไทยมาทุกยุคสมัยอย่างไร้ข้อกังขา
                ทุกวันนี้เขาใหญ่เปรียบเสมือนร่องรอยที่เหลืออยู่ของป่าดงพญาไฟในอดีต พร้อมกับคำกล่าวขานในฐานะตำนานบทแรกของการอนุรักษ์ธรรมชาติในเมืองไทย เพราะเขาใหญ่ได้รับภารประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ปัจจุบัน อช. เขาใหญ่มีอาณาเขตที่ได้รับการอนุรักษ์กว้างใหญ่ถึง ๑,๓๕๕,๓๙๖ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ของ จ. นครนายก จ. ปราจีนบุรี จ. สระบุรี และ จ. นครราชสีมา เมื่อได้รับภารคุ้มครองมายาวนาน สภาพธรรมชาติของ อช. เขาใหญ่จึงคงความสมบูรณ์อยู่ได้ พื้นที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยป่าดงดิบชื้นและป่าดงดิบแล้ง และมีทุ่งหญ้ากระจายทั่วไป รวมทั้งป่าเบญจพรรณพบในบางพื้นที่ นอกจากนี้ธรรมชาติบน อช. เขาใหญ่ยังรวมเอาป่าดงดิบเขาในระดับความสูง ๑,๐๐๐ ม. ไว้ด้วย ป่าบนที่สูงระดับนี้พบเพียงไม่กี่แห่งในภาคกลาง แต่เขาใหญ่อยู่ใกล้และเข้าถึงง่ายที่สุด ป่าดงดิบเขาจึงเป็นจุดเด่นอีกประการหนึ่งของ อช. เขาใหญ่ นอกเหนือจากเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าจำนวนมาก

จุดดูนกที่น่าสนใจ

                 อช. เขาใหญ่มีจุดและเส้นทางให้เลือกดูนกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณค่ายพักสถานที่ท่องเที่ยว และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่กระจายตามส่วนต่าง ๆ ของป่า แม้กระทั่งริมถนนก็เป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยม เพราะเดินดูนกสะดวกและมีนกให้ดูตลอดทาง แต่การดูนกบนเขาใหญ่ควรเริ่มต้นบริเวณที่ทำการฯ นับว่าเหมาะสมที่สุด
                 ที่ทำการ ฯ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และร้านค้าอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แวดล้อมด้วยป่าดงดิบและมีห้วยลำตะคองอยู่ใกล้เคียง บริเวณนี้ได้ยินเสียงนกร้องดังออกมาจากต้นไม้รอบข้างตลอดเวลา มองหาตัวได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะนกโพระดกหูเขียว นกเขียวคราม นกปรอดเหลืองหัวจุก และนกแซงแซวหงอนขน บนยอดไม้มีนกพญาไฟใหญ่ บินมาเกาะเสมอ เหยี่ยวกิ้งก่าสีน้ำตาลชอบเกาะเด่นบนยอดไม้สูงด้านหลังร้านค้าเป็นประจำ รวมทั้งเหยี่ยวนกเขาหงอน
                พื้นที่โล่งแถวลานจอดรถมีนกอุ้มบาตร และนกเด้าลมหลงเทา เดินกระดกหางในช่วงฤดูหนาว เมื่อเดินไปถึงแมกไม้ริมลำตะคอง มักพบนกจับแมลง สีน้ำตาล และนกจับแมลงคอแดง เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด บางครั้งมีนกจับแมลงสีน้ำตาลแดง นกจับแมลงตะโพกเหลือง และนกจับแมลงดำอกสีส้ม นกเหล่านี้เป็นนกย้ายถิ่นเข้ามาช่วงฤดูหนาวเช่นกัน
                แถวชายน้ำเห็นนกกวัก เดินหากินบ่อย ๆ ส่วนนกกะเต็นน้อยหลังสีน้ำเงิน จะเกาะนิ่งตามกิ่งไม้ริมน้ำ สังเกตตรงข้างหูไม่มีแถบสีส้มแบบนกกะเต็นน้อยธรรมดา ที่สามารถพบได้ที่นี่เช่นกัน
                จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีทางเดินผ่านบ้านพักลงไปยังค่ายกองแก้ว ตามต้นไม้ริมทางพบนกเล็ก ๆ หลายชนิด เช่นกินแมลงอกเหลือง นกกระจิบคอดำ และนกกางเขนดง แถวบ้านพักยังเคยพบนกเขนน้อยหางแดงครั้งหนึ่ง นกถิ่นเหนืออย่างนกเขนน้อยข้างสีส้ม เคยมีรายงานที่นี่ด้วย ส่วนนกกระเบื้องคอขาว ย้ายถิ่นมาให้ดูเป็นประจำทุกปี
                ค่ายกองแก้วเป็นจุดที่เหมาะกับการดูนกอีกแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะยามเช้ามีนกป่านานาชนิดออกมาปรากฏตัวตามต้นไม้รายรอบ นกที่เห็นประจำมีนกกะรางหัวหงอก นกกะรางสร้อยคอเล็ก นกสาลิกาเขียว นกปรอดโอ่งเมืองเหนือ และนกแก๊ก นกหกเล็กปากแดง บินมาพร้อมกับเสียงร้อง  “สี่สิบ-สี่สิบ” นกคัคคูมรกต ก็พบได้เช่นกัน ถ้าเป็นช่วงก่อไผ่ออกขุยบนเนินดินริมทาง ฝูงนกกระติ๊ดตะโพกขาว มักบินมากินเมล็ดไผ่ได้ตรงเวลาเสมอ บางครั้งอาจมีนกกระติ๊ดเขียว ตามมาด้วย และลองนั่งเฝ้าอยู่เงียบ ๆ ริมน้ำ ไม่นานนักคงมีนกกางเขนน้ำหลังเทา ผ่านมาให้ดู
               บริเวณใกล้เคียงกับที่ทำการฯ มีเส้นทางดูนกน่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง คือเส้นทางที่ทำการฯ มอสิงโต ทางเข้าอยู่เยื้องที่ทำการฯ เล็กน้อย ตลอดความยาว ๒ กม. ของเส้นทางสายนี้ผ่านป่าดงดิบชื้นเป็นส่วนใหญ่จึงมีนกนานาชนิดส่งเสียงร้องและโผบินออกมาต้อนรับ ทั้งนกกินแมลงป่าฝน นกระวังไพรปากยาว นกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า และนกขุนแผนหัวแดง นกจับแมลงคอน้ำตาลแดง ชอบเกาะรอแมลงบริเวณกลางลำต้น บนพื้นดินมีนกกระทาดงแข้งเขียว คุ้ยเขี่ยหากิน ช่วงที่ผ่านลำห้วยเล็ก ๆ อาจเห็นนกกางเขนน้ำหัวขาว
                เมื่อไปถึงสันเขา ป่าจะโปร่งขึ้น มีนกขนาดเล็กหากินตามต้นไม้ เช่น นกกระจิ๊ดคิ้วดำท้องเหลือง นกกระจ้อยวงตาสีทอง และนกพญาไฟสีกุหลาบ บริเวณนี้ยังพบนกแซวสวรรค์ได้เสมอ นกพวกนี้เป็นนกอพยพ นกที่พบได้ทั้งปีมีนกภูหงอนท้องขาว และนกเขนน้อยปีกแถบขาว
                ภายหลังพ้นสันเขามาแล้ว ทางเริ่มไต่ลง ท่ามกลางป่าละเมาะและทุ่งหญ้าสูงจนไปถึงอ่างเก็บน้ำและทุ่งหญ้ามอสิงโต แถวนั้นพบนกทุ่งได้หลายชนิด มีทั้งนกยอดข้าวหางแพนหัวแดง นกกระจิบหญ้าสีข้างแดง และนกปรอดหัวโขน นกกระปูดเล็ก ชอบออกมาผึ่งแดดเหนือพุ่มไม้ยามเช้าและเย็น บนท้องฟ้ามีนกแอ่นมาตินพันธุ์เอเชียใต้ บินร่อนปะปนกับนกนางแอ่นบ้าน ส่วนเหยี่ยวขาว มักกระพือปีกทรงตัวกลางอากาศเหนือทุ่งหญ้า
                ช่วงก่อนถึงสันเขามอสิงโตมีเส้นทางเดินป่าอีกเส้นหนึ่งแยกต่อไปทางขวามือ แล้วไปสิ้นสุดที่ทุ่งหญ้าหนองผักชี ระยะทางประมาณ ๔ กม. ผ่านป่าดงดิบสลับกับทุ่งหญ้าเป็นบางช่วง แม้เส้นทางค่อนข้างไกล แต่สามารถพบนกน่าสนใจหลายชนิด เช่น นกกะรางคอดำ นกเอี้ยงหัวสีทอง นกพญาปากกว้างลายเหลือง และนกเดินดงหัวสีส้ม รวมทั้งโอกาสพบนกเงือกสีน้ำตาล เป็นฝูง
                ทาง อช. เขาใหญ่ได้สร้างหอดูสัตว์ไว้ที่ริมหนองผักชี ซึ่งเป็นหนองน้ำใหญ่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเฝ้าดูสัตว์ป่าลงมาหากินที่โป่งดิน เมื่อขึ้นไปบนหอดูสัตว์สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าหนองผักชีได้รอบด้าน โดยเฉพาะหนองน้ำและโป่งดินฝั่งตรงข้าม บริเวณหนองผักชีมักพบฝูงนกอีล้ำ ส่วนนกกะเต็นอกขาว ชอบเกาะตามกิ่งไม้ชายน้ำ บางครั้งอาจมีนกกก บินผ่านเหนือทุ่งหญ้า จากหอดูสัตว์หนองผักชี มีทางเดินผ่านทุ่งหญ้าไปออกยัง ถ. ธนะรัชต์ ระยะทางประมาณ ๑ กม. โดยมีนกจาบคาหัวสีส้ม นกยอดหญ้าหัวดำ และนกอีเสือสีน้ำตาล ให้ดูระหว่างทาง สองชนิดหลังเป็นนกย้ายถิ่นเข้ามา
                จากทุ่งหญ้าหนองผักชีไปอีกไม่ไกลนัก บริเวณ กม. ๓๓ มีทางเดินป่าเข้าไปยังหนองผักชี อีกเส้นทางหนึ่งเป็นเส้นทางตัดใหม่ระยะทางประมาณ ๓ กม. ไปออกตรงโป่งดินริมหนองผักชี เป็นเส้นทางดูนกที่น่าสนใจ อีกเส้นหนึ่ง สภาพป่าค่อนข้างโปร่งกว่ามอสิงโต ไม้พุ่มในระดับล่างไม่คอยรกมากนัก มองหานกหากนตามพื้นได้ง่าย โดยเฉพาะ นกแต้วแล้วสีน้ำเงิน และ นกแต้วแล้วหูยาว ถ้าเป็นช่วงฤดูฝนมีโอกาสเห็นนกแต้วแล้วธรรมดา และนกแต้วแล้วอกเขียว เส้นทางนี้ยังพบไก่ฟ้าหลังขาว ได้บ่อยหากเดินไปเงียบ ๆ นอกจากนี้ยังมีนกระวังไพรปากเหลือง นกขุนแผนอกสีส้ม นกพญาปากกว้างอกสีเงิน นกเฉี่ยวบุ้งใหญ่ นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ และนกหัวขวานด่างท้องดำ           
                เส้นทางนี้มีต้นไทรขนาดใหญ่ริมทางเป็นระยะ ยามต้นไทรเหล่านี้ออกผลสุกก็เป็นเรื่องง่ายมากในการเฝ้าดูนก เพียงนั่งรอใต้ต้นเงียบ ๆ จะได้พบนกกินผลไม้นานาชนิดหมุนเวียนกันเข้ามาหาอาหารบนต้นไทร อย่างเช่น นกโพระดกคอสีฟ้าเคราดำ นกเขียวคราม นกปรอดทอง และนกเขาเปล้า การรอใต้ต้นไทรเป็นวิธีดีที่สุดในการเฝ้าดูนกกก และนกเงือกชนิดอื่น แม้กระทั่งไก่ฟ้าพญาลอ ยังชอบแอบมาจิกกินลูกไทรที่หล่นเกลื่อนโคนต้น
                เส้นทางเดินป่าผากล้วยไม้-เหวสุวัตเป็นจุดเหมาะกับการดูนกอีกแห่งหนึ่ง เส้นทางนี้เลียบไปตามห้วยลำตะคองเริ่มจากจุดพักแรมผากล้วยไม้และไปสิ้นสุดที่น้ำตกเหวสุวัต รวมระยะทางประมาณ ๓ กม. เดินดูนกสะดวกมาก เพราะทางเดินเทคอนกรีตเกือบตลอดสาย ตลอดทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ร่มครึ้ม มีเสียงนกแก๊กร้องให้ได้ยินเสมอ ช่วยให้มองหาตัวไม่ยาก ริมห้วยมักพบนกยางเขียว บนต้นไม้มีนกปรอดเล็กตาขาว นกจาบคาเคราน้ำเงิน และนกจับแมลงสีฟ้า ขณะที่นกกาฝากก้นเหลือง นกกาฝากอกเพลิง และนกกาฝากปากหนา พบได้ตามพุ่มกาฝาก
                ตามป่าริมทางมีนกให้ดูหลายชนิด เช่น นกจับแมลงหัวเทา และนกกระจ้อยคอขาว ชนิดโดดเด่นสะดุดตาที่สุดคือ นกติ๊ดสุลต่าน กับหงอนสีเหลืองสด นกกางเขนน้ำหลังเทาพบได้ง่ายตามเส้นทางนี้ ได้ยินเสียงร้อง ติ๊ง- ติง- ติ๊ง แหลมใสราวกับเคาะระฆังแก้ว ให้หยุดรอดูตามโขดหินกลางลำห้วยได้เลย นกเด้าลมหลังเทาพบได้ตามโขดหินเช่นกัน ส่วนโขดหินขนาดใหญ่บริเวณน้ำตกผากล้วยไม้เป็นถิ่นอาศัยของนกเอี้ยงถ้ำ นกชอบบินผ่านม่านน้ำตกออกมาจากชอกหินทางด้านล่าง ดูแล้วน่าสนุกดี
                จุดดูนกอีกแห่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้เลยที่ อช. เขาใหญ่ คือบนเขาเขียว ด้วยความสูงมากกว่า ๑,๐๐๐ ม. ทำให้เขาเขียวเป็นแหล่งดูนกบนภูเขาสูงที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด นกเสือแมลงปีกแดง นกเสือแมลงหน้าสีตาล และนกกระจิ๊ดหางขาวเล็ก สามารถพบได้ที่นี่ โดยไม่ต้องเดินทางขึ้นไปไกลถึงภาคเหนือ รวมทั้งนกบนที่สูงอีกหลายชนิด
                จุดดูนกบนเขาเขียวที่สะดวกที่สุดอยู่ตามเส้นทางไปจุดชมวิวผาเดียวดาย จอดรถไว้ริมทางแล้วข้ามถนนมาเดินดูนกตามทางเดินในป่าดงดิบเขาไปจนถึงผาเดียวดาย และลัดเลาะต่อไปตามไหล่เขาได้เรื่อย ๆ ท่ามกลางต้นไม้ที่ปกคลุมไปด้วยมอสและตะไคร่น้ำ คุณจะได้พบกับนกหลายชนิดที่หาดูไม่ได้ในป่าเบื้องล่าง เช่น นกเปล้าหางพลั่ว นกปรอดสีขี้เถ้า นกแซงแซวหางบ่วงเล็ก และนกจับแมลงเล็กขาวดำ ส่วนนกเดินดงสีเทาดำ และนกเดินดงสีคล้ำ มีโอกาสเห็นเฉพาะช่วงฤดูหนาว
                ตรงจุดชมวิวผาเดียวดายจะมองเห็นเขาร่มปกคลุมด้วยป่าดงดิบแน่นทึบเบื้องหน้า ด้านขวามือมองเห็นกว้างไกลไปถึงทุ่งงูเหลือม ที่นี่เป็นจุดเฝ้ารอดูนกอินทรีดำ และเหยี่ยวภูเขา บินร่อนผ่านหุบเขาได้ดีมาก แต่นกที่บินผ่านเป็นประจำคือนกกกและนกเงือกกรามช้าง
                วิธีดูนกที่ง่ายที่สุดบนเขาใหญ่ ให้เดินไปตามถนนั่นเอง แม้ว่าการดูนกในป่าจะมีโอกาสพบนกได้มากกว่า แต่ความรกทึบของแมกไม้ย่อมทำให้มองหานกยากกว่าสองฟากถนน การดูนกริมถนนจึงเป็นทางเลือกที่สะดวกมาก โดยเฉพาะผู้เริ่มต้นดูนก นกโพระดกหน้าผากดำ นกบั้งรอกใหญ่และนกหัวขวานแคระจุดรูปหัวใจ มักพบบ่อยตามชายป่า เวลาที่ต้นทองหลางป่าแถวโป่งต้นไทรออกดอกสีแดงสด เฝ้ารอดูนกหลายชนิดมากินน้ำหวานได้เลย มีทั้งนกหกเล็กปากแดงและนกขมิ้นท้ายทอยดำ นกแซงแซวหงอนขน มักพากันมาชุมนุมหลายสิบตัว แม้กระทั่งนกขุนทอง ยังมาร่วมวงริมห้วยลำตะคองบริเวณใกล้กันมักพบนกพญาปากกว้างหางยาว ได้คราวละหลายตัว บางครั้งมีนกคัคคู แซงแซว ด้วย
                ตามพื้นริมทางมักพบนกจาบดินอกลาย ออกมากระโดดหากิน บริเวณพุ่มไม้จะเป็นนกปรอดคอลาย ตามต้นไม้ดอกมีนกกินปลีหางยาวคอดำ บินเข้าออกเพื่อดูดน้ำหวาน เหยี่ยวนกเขาชิครา ชอบเกาะรอเหยื่อแถวชายป่าเหมือนกัน ส่วนเหยี่ยวรุ้งจะบินร่อนเหนือท้องฟ้า
                ป่าสองข้างทางก่อนถึงจุดพักแรมผากล้วยไม้ก็เหมาะสำหรับการเดินดูนก มักพบไก่ป่า เดินข้ามถนนบ่อย ๆ นกเขาลายใหญ่ ชอบบินผ่านไปอย่างรวดเร็ว นกกะเต็นลาย และนกหัวขวานด่างท้องดำ เป็นนกเด่นของบริเวณนี้รวมทั้งนกเอี้ยงหัวสีทอง
                ยามเย็นควรมาคอยเฝ้าดูฝูงนกแอ่นใหญ่หัวตาขาว ร่อนต่ำลงโฉบกินน้ำในหนองขิง ฝูงนกจาบคาหัวเขียว ชอบเกาะนอนบนต้นไม้บริเวณนี้ พอถึงช่วงก่อนพลบค่ำ เป็นเวลาที่นกตบยุงยักษ์ และนกตบยุงหางยาว ออกบินโฉบกินแมลงกลางอากาศจนกระทั่งท้องฟ้ามืดสนิท

การเดินทางและที่พัก

                การเดินทางไปยัง อช. เขาใหญ่สามารถเลือกใช้ได้สองเส้นทางคือ ทางด้าน อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา และ อ. เมือง จ. ปราจีนบุรี
                ทางด้าน อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ (ถ. พหลโยธธารเดินทางและที่พักงจุดพักแรมผาอิน) มุ่งหน้าไปยัง จ. สระบุรี แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๒ (ถ1 มิตรภาพ) ผ่าน อ. แก่งคอย อ. มวกเหล็ก แล้วเลี้ยวขวาอีกครั้งตรงทางต่างระดับก่อนถึง อ. ปากช่อง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๙๐ (ถ. ธนะรัชต์) จนถึงด่านตรวจหน่วยพิทักษ์ อช. ขญ. ๑ (ด่านตรวจ) หลังจากนั้นถนนจะไต่ขึ้นสูงระดับสูง จนไปถึงที่ทำการฯ ตรง กม. ๔๐
                สำหรับเส้นทางด้าน อ. เมือง จ. ปราจีนบุรี เริ่มต้นจากทางหลวงหมายเลข ๑ เช่นเดียวกัน แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๓๐๕ ที่รังสิตผ่าน อ. ธัญบุรี จ. ปทุมธานี และ อ. องครักษ์ จ. นครนายก แล้วเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๓ (ถ. สุวรรณศร) ที่ตัวเมืองนครนายก ผ่าน อ. ปากพลี จ. นครนายก จนไปถึงวงเวียนเนินหอมที่ จ. ปราจีนบุรี ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๗๗ อีกประมาณ ๑๑ กม. จะถึงด่านตรวจที่หน่วยพิทักษ์ อช. ขญ. ๑๒ (เนินหอม) หลังจากเข้าสู่เขต อช. เขาใหญ่แล้ว ขับรถต่อไปอีกประมาณ ๓๐ กม. ก็จะถึงที่ทำการฯ
                ถ้าไปโดยรถประจำทาง ให้ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งหมอชิต (ใหม่) มีรถประจำทางสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ไปลงที่ตลาดปากช่อง แล้วต่อรถประจำทางสายปากช่อง-เขาใหญ่ รถจะไปส่งที่ด่านตรวจหน่วย ขญ. ๑ หลัง จากนั้นจึงขออาศัยรถที่ผ่านด่านขึ้นไปยังที่ทำการฯ หรือจะเหมารถจากตลาดปากช่องขึ้นไปที่ทำการฯ เลยก็ได้
                สำหรับทางด้าน จ. ปราจีนบุรี ให้นั่งรถประจำทางสายกรุงเทพฯ-ปราจีนบุรีที่สถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือเช่นเดียวกัน แล้วไปลงรถที่วงเวียนเนินหอม หลังจากนั้นต้องเช่าเหมารถสองแถวขึ้นไปยังที่ทำการฯ หรือจะใช้วิธีโบกรถเช่นเดียวกับทาง อ. ปากช่องก็ได้
                อช. เขาใหญ่มีที่พักทั้งบ้านพักและค่ายพักแรม ส่วนสถานที่กางเต็นท์จัดไว้ให้บริเวณจุดพักแรมผากล้วยไม้ มีเรือนห้องน้ำและห้องสุขาให้ใช้ร่วมกัน ส่วนร้านอาหารและของใช้จำเป็นมีบริการอยู่บริเวณที่ทำการฯ จุดพักแรมและตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ

ฤดูกาล

                อช. เขาใหญ่เป็นป่าอนุรักษ์ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ สามารถเดินทางมาได้โดยสะดวก และมีเส้นทางเดินป่าให้เลือกเดินดูนกหลายเส้นทาง ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การดูนกมาก พื้นที่ส่วนใหญ่ของ อช. เขาใหญ่เป็นป่าดงดิบที่สมบูรณ์มาก มีนกประจำถิ่นอาศัยมากมาย หาดูได้ตลอดทังปีทุกฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวมีนกอพยพย้ายถิ่นเข้ามาเพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้บรรยากาศการดูนกบนเขาใหญ่คึกคักเพิ่มมากตามไปด้วย

สถานที่น่าสนใจและสัตว์ป่า

                ภายในเขต อช. เขาใหญ่มีน้ำตกสวยงามกระจายทั่วพื้นที่ น้ำตกที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี คือ น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวนรก และนำ ตกผากล้วยไม้ รวมทั้งน้ำตกสาริกาและน้ำตกนางรอง ทางชายขอบของพื้นที่
                อช. เขาใหญ่เป็นหนึ่งในพื้นที่เพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่มีสัตว์ป่าชุกช ม โดยเฉพาะกวางป่าและเก้งพบได้ง่ายตามริมทาง สำหรับช้างป่าในเขาใหญ่มีอยู่ราว ๑๔๐-๒๐๐ ตัว มักพบเดินข้ามถนนที่ตัดผ่านป่าดงดิบ หรือออกมาหากินตามโป่งในช่วงเย็นหรือกลางคืนเป็นโขลง โขลงละห้าถึงเจ็ดตัวพบเห็นมูลอยู่ทั่วไปตามริมถนน
                อช. เขาใหญ่ยังเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์เสือโคร่งที่สำคัญมาก เพราะมีเก้งและกวางป่าจำนวนมากให้จับกินเป็นอาหาร คาดว่ามีเสือโคร่งอยู่บนเขาใหญ่มากกว่า 50 ตัว มักพบออกมาหากินตามลำพังบริเวณหนองผักชีและหนองขิง ส่วนกระทิงจะหลบเข้าไปอาศัยตามป่าลึกจึงพบเห็นตัวได้ยาก บนเขาใหญ่ยังมีชะนีสองชนิดคือ ชะนีธรรมดาและชะนีมงกุฎ รวมทั้งลิงกังมักพบเป็นฝูงใหญ่ริมถนน

ข้อมูลจาก : หนังสือ แหล่งดูนกทั่วไทย
                    : รุ่งโรจน์ จุกมงคล

[ กลับสู่ | สารบัญ บทความ ] สำหรับพิมพ์ แนะนำเพื่อน

Recent Section Articles
อ่านสาระดีๆ ที่เก็บรวบรวม มาใ ห้อ่านกันถึงที่นี่
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·

     Hosted By : EZYNOW WEB HOSTING   Since 21 March 2003