หน้าแรก แผนที่ สมาชิก ข่าวประชาสัมพันธ์ แนะนำเว็ปไซท์ กระดานข่าว บทความ คำถามที่ถามบ่อย. สมุดภาพ ติดต่อเรา


บ้านสมุนไพรชัยมงคล คลอโรฟิลล์บริสุทธ์ 100 % ล้างสารพิษในร่างกาย อย่างมีประสิทติภาพ บ้านสมุนไพรชัยมงคล โทร 098 878 6897


พื้นที่ โฆษณา ผู้สนับสนุน เรา
รายการหลัก

Popular Section Articles
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·

ค้นหา

Gallery
View the oldgallery gallery




Published by: navy , On: Jul-26-2005

   มูลนิธิฯ ขอนำข้อเขียนของ ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดวังตะไคร้ร่วมกับพระสวามี คือ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต หรือ “เสด็จในกรมฯ” ที่ได้เขียนไว้ในหนังสือ “วังตะไคร้” จัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานประดิษฐานพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต ณ วังตะไคร้ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2506 มาให้ท่านอ่านเพื่อให้ทราบถึงจุดกำเนิดวังตะไคร้

“เมื่อประมาณ 15 ปี มานี้... (จากบันทึก)   หรือ ประมาณ 57 ปี จาก พ.ศ. 2548

      เสด็จในกรมฯ ข้าพเจ้า และเพื่อนฝูงได้มีโอกาสไปเที่ยวน้ำตกสาริกา โดย พระนิกรบดี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และขุนสนิทประชากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นผู้พาไป เวลานั้นถนนจากตัวเมืองนครนายกถึงน้ำตกยังไม่มี พวกเราต้องนั่งเรือยนต์เผาหัวแล่นขึ้นลำแม่น้ำนครนายกคดเคี้ยวไปมา 3 ชั่วโมง จากนั้นขึ้นบกตรงวัดเขานางบวช เรารับประทานอาหารกลางวันที่นั่น ขุนสนิทประชากรจัดช้างมารับหลายเชือก ข้าพเจ้าเห็นกูบช้างเป็นโครงไม้ครอบอยู่บนหลังช้าง จึงขอสมัครเดินมากกว่า คนอื่น ๆ ก็พลอยสมัครเดินตามข้าพเจ้าด้วย เลยไล่ช้างกลับ พวกเราเดินข้ามทุ่งนาไปทางเดียวกันกับทางช้างเดิน เป็นเหตุให้บางคนพลัดตกลงไปในลุ่มรอยเท้าช้าง จึงเป็นเรื่องขบขันให้ล้อกัน เดินต่อมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เราก็พยายามเช่าเกวียนเพื่อเดินทางต่อ ควายได้กลิ่นคนแปลกหน้าก็ดื้อไม่ยอมให้เทียม สักพักหนึ่งจึงเทียมได้ มีบางคนนั่งเกวียน บางคนก็เดิน ถึงน้ำตกระยะทางราว 10 กิโลเมตร ตอนนั้นน้ำตกสาริกาเป็นที่รู้จักของชาวบ้านแถบนั้นเท่านั้น ยังสะอาดสวยงามตามธรรมชาติ

พวกเราพักสักครู่ก็ลงอาบน้ำในอ่างใสแจ๋วเย็นชื่นใจ ขากลับฝนตกหนักเล่นเอาพวกเราเปียกโชกไปหมด คนขี้หนาวตัวสั่นเป็นลูกนก เพื่อนคนหนึ่งหมดแรงถึงกับหล่นลงมาจากเกวียน กว่าจะเดินทางกลับมาลงเรือก็พลบค่ำ เคราะห์ดีเรือมีไฟฉายใหญ่สามารถเดินทางกลางคืนได้ ขากลับเรือแล่นเร็วกว่าขาไปเพราะตามน้ำ ถึงที่พัก ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกประมาณ 4 ทุ่มเศษ จึงรับประทานอาหารค่ำและหลับไหลด้วยความอ่อนเพลีย


      การเดินทางครั้งนี้ นอกจากสนุกสนานตาม ๆ กันแล้ว ข้าพเจ้าตื่นเต้นทิวทัศน์ตำบลสาริกามาก บริเวณนั้นเต็มไปด้วยเขา ต้นไม้ใหญ่ และธารน้ำใส ข้าพเจ้าทราบว่า ทางจังหวัดได้มีโครงการตัดถนนจากตัวเมืองนครนายกไปยังน้ำตกสาริกาอยู่แล้ว ต่อไปการไปมาก็คงไม่ยากเช่นนี้ ข้าพเจ้าจึงอ้อนวอนเสด็จในกรมฯ ให้ทรงซื้อที่ดินแถบนั้นสำหรับปลูกที่พักตากอากาศ

ความจริงบริเวณนั้นยังเป็นที่เปลี่ยวไม่น่าอยู่ สัตว์ร้ายเช่นช้างป่าและหมีก็ชุกชุม ข้าพเจ้ายังได้พบชายชาวบ้านคนหนึ่งหน้ายุบเพราะโดนหมีตบ แต่เราก็เลือกซื้อได้ที่ริมห้วย ตรงข้ามวัดหมู่บ้านสาริกา ซึ่งขณะนั้นเรียกว่า “วัดคีรีเมฆลา” พอเราปลูก “ตำหนัก” ในที่ ๆ เสด็จในกรมฯ ทรงซื้อเสร็จเรียบร้อย พระครูเจ้าอาวาสจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดตำหนัก” เพราะหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งเคยไปเที่ยวกับเราบ่อย ๆ ทักท้วงว่า “คีรีเมฆลา” มีความหมายไม่ดี คือ เป็นชื่อช้างที่พระยามารขี่

     ที่ดินผืนที่เราซื้อและปลูกตำหนักนี้ติดคลองสาริกา แต่คลองตอนนี้ไกลน้ำตก จึงไม่มีก้อนหินใหญ่ ๆ ทั้งพื้นดินก็เป็นทรายปนโคลน บางครั้งเล่นน้ำพวกเราถูกปลิงเกาะตาม ๆ กัน ข้าพเจ้าพยายามจะสร้างแก่งขึ้น โดยให้คนงานขนหินจากที่อื่นมาทุ่มลงไปในคลอง แต่ก็ไม่เป็นผล บ้านที่สร้างขึ้นต่อมาก็คับแคบสำหรับพวกเรา เพราะมีสมาชิกมาร่วมมากขึ้นทุกที จึงได้แต่เพียงอาศัยนอนเท่านั้น รับประทานอาหารเช้าแล้วออกไปเที่ยวตามเขาตามห้วย เดินกันทั้งวันก็มี โดยมีข้าวห่อเป็นเสบียงติดไป และดื่มน้ำตามลำธาร ถ้าเดินไกลหลายวันก็มีลูกหาบขนของและเต็นท์นอนไปด้วย ครั้งแรกปีนขึ้นไปบนเขาใหญ่ สมัยนั้นไม่มีถนนขึ้นไป เที่ยวเดินอยู่ 5วัน กลางคืนนอน รุ่งเช้าก็ย้ายแค้มป์และเดินต่อไปเช่นนั้นทุกวัน ครั้งหนึ่งเราไปถึงน้ำตกนางรองซึ่งเวลานั้นยังไม่มีใครรู้จัก น้ำตกนี้งามเหลือเกิน เหมือนสวนญี่ปุ่นที่จัดไว้โดยบังเอิญ ไม่มีบังกาโล เสาไฟฟ้าคอนกรีตรอบอ่างน้ำ น้ำตกในนครนายกมีมากพวกเราพยายามเดินไปทุกแห่งเพราะรักในการท่องเที่ยวแบบนี้ คราวหนึ่งไปน้ำตกเหวกฐินต้นน้ำคลองมะเดื่อ เราไม่ได้เอาเต็นท์ไปด้วย เพราะกะจะอาศัยอยู่ในถ้ำ เนื่องจากฝนตกทั้งวัน เมื่อไปถึงถ้ำน้ำท่วมเสียแล้ว เลยต้องปีนไปในที่สูง ตัดต้นกล้วยป่าทำเป็นเพิงนอน ดีที่ครั้งนี้เสด็จในกรมฯ ไม่ได้เสด็จไปด้วย พวกที่ไปกัน 7 คน เป็นไข้มาลาเรียทั้งหมด นอกจากข้าพเจ้าและกำนันผู้ซึ่งนำทาง กำนันคนนี้ไม่ได้รับประทานยาป้องกันไข้ แต่มีความต้านทานเพราะเคยชิน คนอื่นรับประทานกันไปก่อนเดินทางแล้ว น้ำตกเหวนรกอีกแห่งหนึ่งไกลมาก ต้องเดินทั้งวันค้างคืนกลางทางและอีกครึ่งวันจึงถึง บริเวณเป็นครกหินใหญ่ น้ำตกสูงมาก สวยแต่ดูน่ากลัว ในป่าแถวนี้พบรอยช้างป่าเสมอ ผู้นำทางเล่าว่า เคยเผ่นหนีปีนขึ้นไปค้างคืนบนต้นไม้ คราวนี้เคราะห์ดีที่ไม่เจอ น้ำตกที่สวยที่สุดคือ น้ำตกแม่ปล้อง มีน้ำตกลงอ่างใหญ่ ๆ หลายชั้น เดินจาก วังตะไคร้ก็เพียงสามชั่วโมงเท่านั้น

    การไปเที่ยวน้ำตกต่าง ๆ ของจังหวัดนครนายกเป็นเหตุให้เจอ “วังตะไคร้” เพราะเป็นสถานที่ที่พวกเราต้องผ่านไป-มา เกือบทุกครั้ง ข้าพเจ้าชอบลงเล่นน้ำตรงนั้นเสมอ แม้ว่าในขณะนั้นจะเห็นไม่ได้เลยว่า พื้นที่เป็นอย่างไร เพราะปกคลุมไปด้วยต้นอ้อและหญ้าคา รกจนเดินสำรวจไม่ได้ แต่ข้าพเจ้าก็ชอบแก่งตรงนั้นเสียจริง ๆ น้ำใส หินใหญ่ ไม่มีปลิงเหมือนห้วยที่สาริกา ต่อมาจึงซื้อที่ดินบริเวณวังตะไคร้นี้จากชาวบ้านเอาไว้สำหรับเที่ยวเล่นและว่ายน้ำ

     ต่อมาอีก 3 ปี ถนนจากหมู่บ้านสาริกาไปนางรองได้ผ่านวังตะไคร้แล้ว เราจึงปลูกบ้านพักใหญ่ใกล้ลำธารบริเวณวังตะไคร้ และย้ายจากสาริกาไปอยู่ที่นั่น บ้านสาริกาพร้อมด้วยสวนผลไม้ที่ปลูกสร้างขึ้น ได้ยกให้แก่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อเป็นสถานีอนามัยตำบลสาริกา จากนั้นเราได้ซื้อที่บริเวณวังตะไคร้เพิ่มเติมทีละแปลงสองแปลงจนจดเขา และได้ตบแต่งปรับปรุงบริเวณวังตะไคร้จนเป็นอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้”

    ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร หรือ “คุณท่าน” ใช้เวลากว่า 10 ปี ในการหักร้างถางพง วางแผน จัดสถานที่ และปรับสภาพจากป่าซึ่งอุดมด้วยต้นไม้ใหญ่ ต้นอ้อและหญ้าคา มาเป็นสนามหญ้านวลน้อยอันเขียวสด โดยมีเสด็จในกรมฯ ทรงเป็นผู้สนับสนุนการดำเนินงานเรื่อยมา เพราะพระองค์ทรงทราบว่า วังตะไคร้เป็นสถานที่ที่"คุณท่าน"สร้างขึ้นจากความฝันซึ่งมีมาแต่วัยเยาว์ อีกทั้ง 2 พระองค์ ทรงโปรดสถานที่แห่งนี้มาก จึงใช้เป็นที่ประทับพักผ่อนส่วนพระองค์และญาติมิตรบ่อยครั้ง

    เสด็จในกรมฯ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2502 "คุณท่าน"ทราบดีว่าเสด็จในกรมฯ ทรงโปรดวังตะไคร้มาก จึงได้ทุ่มเทกำลังกายและกำลังทรัพย์ปรับปรุงสถานที่ให้งดงามยิ่งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระองค์ พร้อมทั้งได้นำพระรูปเสด็จในกรมฯ มาประดิษฐานในวังตะไคร้ด้วย นอกจากต้องการให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแล้ว คุณท่านยังได้รวบรวมพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งการสั่งซื้อและการแลกเปลี่ยนด้วยความเอื้อเฟื้อของนักเล่นต้นไม้บ้าง นำมาปลูกใน วังตะไคร้โดยหวังให้เป็นสถานที่ให้ความรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์ และได้เริ่มเปิดวังตะไคร้ให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมเมื่อปี พ.ศ. 2505

“ในที่สุดข้าพเจ้าหวังว่า สถานที่วังตะไคร้ซึ่งเสด็จในกรมฯ และข้าพเจ้าฝังจิตใจไว้
จะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจอันถาวรสร้างความสดชื่นสนุกสนานรื่นเริง
พร้อมทั้งความรู้ทางพฤกษศาสตร์แก่ทุกท่านตลอดไปชั่วกาลนาน”

ข้อเขียนของ ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ในหนังสือ วังตะไคร้
พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานประดิษฐานพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต

ณ วังตะไคร้ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2506

จุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ อุทยาน หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักในชื่อ “วังตะไคร้” เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวไม่กี่แห่งที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แต่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก เนื่องจากล้อมรอบด้วยภูเขาจึงทำให้มีอากาศหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สีเขียว อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้หลากหลายชนิดทั้งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและที่นำมาปลูก เพิ่มเติมด้วยความตั้งใจให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับครอบครัว เพื่อนฝูง พร้อมกับเป็นแหล่งให้ความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ อีกทั้งมีลำธาร 2 สาย ไหลผ่านพื้นที่ คือ ลำธารสายใหญ่ที่เรียกว่า คลองตะเคียน ซึ่งมีต้นน้ำมาจากน้ำตกแม่ปล้องไหลผ่านตอนกลางของวังตะไคร้ และลำธารจาก คลองมะเดื่อ ซึ่งมีต้นน้ำมาจากน้ำตกเหวกฐิน โดยลำธารสองสายได้ไหลมาบรรจบกันที่วังตะไคร้ก่อนแล้วจึงไหลลงสู่แม่น้ำนครนายก จึงทำให้เกิดกีฬาทางน้ำขึ้นในวังตะไคร้เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวในช่วงหน้าน้ำอย่างยิ่ง นั่นคือ กีฬาล่องแก่งด้วยยางรถยนต์ นอกจากนี้ ในวังตะไคร้ยังมีบริเวณน้ำนิ่งที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่นิยมความโลดโผน ให้ได้อาบน้ำเล่นเช่นกัน

      ชื่อ “จุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ อุทยาน” มาจากชื่อของท่านเจ้าของสถานที่ คือ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต หรือ “เสด็จในกรมฯ” และชายา คือ ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร หรือ “คุณท่าน” สำหรับชื่อ “วังตะไคร้” ไม่ได้หมายถึงวังอันเป็นที่ประทับของเจ้านาย แต่เป็นชื่อเดิมที่ชาวบ้านแถบนั้นเรียกกันมา เพราะลำห้วยบริเวณนั้นเป็นวังกว้างและมีต้นตะไคร้หางนาค หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ต้นตะไคร้น้ำ” ขึ้นเต็มริมฝั่งห้วย ต้นตะไคร้หางนาคมีลักษณะก้านดำ เหนียวมาก และมีดอกสีชมพูเล็ก ๆ รับประทานไม่ได้

      วังตะไคร้ตั้งอยู่บนถนนสายนครนายก-นางรอง ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 120 กิโลเมตร ก่อนถึงน้ำตกนางรอง 2 กิโลเมตร เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. นอกจากนี้ ยังมีบ้านพักให้บริการในอัตราที่ไม่แพง ทั้งบ้านพักขนาดเล็กสำหรับ 2-5 คน บ้านพักขนาดกลางสำหรับ 6-10 คน บ้านพักขนาดใหญ่สำหรับ 15-20 คน และเรือนนอนสัมมนาสำหรับ 50 คน อัตราค่าผ่านประตูคนละ 10 บาท ยานพาหนะประเภทรถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ และรถสองแถว อัตราค่าผ่านประตูคันละ 100 บาท สำหรับผู้โดยสาร 4 คน ผู้โดยสารเกิน 4 คน คิดอัตราคนละ 10 บาท

จุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ อุทยาน วังตะไคร้
หมู่ 1 ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก 26000
โทร. 0-3738-5164 ถึง 5, 0-3738-5284
01-9890365 (จองบ้านพัก)
โทรสาร 0-3738-5164 , 0-3738-5165 ต่อ124

มูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์
วังสวนผักกาด 352-354 ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2246-1775 ถึง 6, 0-2245-0568, 0-2245-6368, 0-2245-2852
โทรสาร 0-2247-2079

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก มูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์
http://www.wangtakrai.com 

 

รายละเอียด เพิ่มเติม :   www.wangtakrai.com/web/history.htm

[ กลับสู่ | สารบัญ บทความ ] สำหรับพิมพ์ แนะนำเพื่อน

Recent Section Articles
อ่านสาระดีๆ ที่เก็บรวบรวม มาใ ห้อ่านกันถึงที่นี่
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·
 ·

     Hosted By : EZYNOW WEB HOSTING   Since 21 March 2003